วันจันทร์ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2555

อาจารย์ ม.วลัยลักษณ์ ซิ่งเก๋งชน จยย.เสียหลักฟาดเสาไฟฟ้าดับ

อาจารย์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ นครศรีธรรมราช ซิ่งเก๋งชนรถจักรยานยนต์ เจ็บ 3 ราย ก่อนเสียหลักฟาดเสาไฟฟ้าแรงสูงขาดสะบั้น เสียชีวิตคาซากรถทันที      
       
วันที่ 15 ม.ค.55 เมื่อเวลา 12.00 น. ร.ต.อ.เจริญ ช่วยจันทร์ พนักงานสอบสวนเวร สภ.เมืองนครศรีธรรมราช รับแจ้งอุบัติเหตุรถชนเสาไฟฟ้า มีผู้เสียชีวิตติดอยู่ภายในรถ และมีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย บนถนนสายนครศรีธรรมราช-ท่าศาลา ช่วงบ้านปากพยิง ต.ปากพูน อ.เมืองนครศรีธรรมราช หลังจากนั้นจึงพร้อมด้วยหน่วยกู้ภัยมูลนิธิประชาร่วมใจ เข้าทำการตรวจสอบที่เกิดเหตุทันที
      
       ในที่เกิดเหตุท่ามกลางไทยมุ่งจำนวนมากพบรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อนิสสัน เซฟิโร่ ทะเบียน กค 2577 นครศรีธรรมราช สภาพด้านขวาฟาดกับเสาไฟฟ้าแรงสูงจนกลายเป็นซากรถ ส่วนเสาไฟฟ้าแรงสูงขาดสะบั้นสายไฟฟ้าแรงสูงขาด ส่งผลให้ไฟฟ้าดับเป็นวงกว้างเกือบทั้งอำเภอท่าศาลา เจ้าหน้าที่การไฟฟ้านครศรีธรรมราช ต้องเข้าร่วมในการกู้เสาไฟฟ้า เพื่อให้เจ้าหน้าที่อีกส่วนเข้าไปกู้ศพที่ติดอยู่ภายในรถอย่างยากลำบากใช้ เวลากว่า 2 ชม.
      
       นอกจากนี้ ยังพบว่า มีผู้บาดเจ็บอีก 3 ราย เป็นผู้ขับขี่ และโดยสารรถจักรยานยนต์ทะเบียน คบท 785 นครศรีธรรมราช เจ้าหน้าที่นำตัวส่งโรงพยาบาลมหาราช ไปก่อนแล้วทราบชื่อ คือ นางสินา มณีโชติ อายุ 30 ปี อยู่ 118/2 ม.5 ต.ช้างซ้าย อ.พระพรหม จ.นครศรีธรรมราช ด.ญ.ฐิติมา สุทธิกาญจน์ อายุ 11 ปี ด.ช.นันทชัย สุทธิกาญจน์ อายุ 3 ปี เบื้องต้นแพทย์ได้ช่วยจนพ้นขีดอันตราย
      
       ส่วนผู้เสียชีวิตภายในซากรถ หลังจากที่เจ้าหน้าที่ต้องใช้อุปกรณ์ตัดถ่างตัดซากรถนำศพออกมาทราบชื่อ คือ นายวิรุฬห์ ฉายารักษ์ มีตำแหน่งเป็นอาจารย์ประจำสำนักวิชาศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช สภาพศพใบหน้าด้านขวาแหลกเหลวเนื่องจากฟาดกับเสาไฟฟ้า
      
       เบื้องต้นเจ้าหน้าที่รวบรวมข้อมูลได้ความว่า นายวิรุฬห์ ขับรถยนต์เก๋งคันดังกล่าวมุ่งหน้าไปยังมหาวิทยาลัยด้วยความเร็วสูงบนถนนที่ เปียก เนื่องจากฝนตกตลอดเวลา เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุได้เฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์ของนางสินา ก่อนที่จะเสียหลักรถหมุนคว้างพุ่งเข้าฟาดเสาไฟฟ้าจนเสาไฟฟ้าขาดสะบั้นสายส่ง แรงสูงขาดไฟฟ้าดับเป็นวงกว้าง ส่วน นายวิรุฬห์ เสียชีวิตคาซากรถทันที
ข้อมูลจาก...ผู้จัดการออนไลน์

นครศรีฯอ่วมรอบ 2 ใน 15 วัน เขตเทศบาลยกธงแดง

จังหวัดนครศรีธรรมราช อ่วมอีก น้ำทะลักท่วมระลอก 2 ในรอบ 15 วัน อ.พระพรหม น้ำเซาะถนนหลักขาดสะบั้น เขตเทศบาลนครนครศรีฯ ยกธงแดงเตือนอพยพพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม      
       
วันที่ 15 ม.ค.55 ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ จ.นครศรีรรมราช ว่า หลังจากฝนได้ตกลงมาอย่างต่อเนื่องมากกว่า 24 ชม.โดยเฉพาะในพื้นที่ฝั่งตะวันออกของเทือกเขาหลวง ตั้งแต่ อ.ขนอม อ.สิชล อ.นบพิตำ อ.ท่าศาลา อ.เมือง อ.ลานสกา อ.ร่อนพิบูลย์ อ.พระพรหม ส่งผลให้หลายพื้นที่ประสบกับภาวะน้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมฉับพลันในหลายจุดด้วยกัน โดยตั้งแต่ช่วงกลางดึกที่ผ่านมา ใน ม.11 ต.ขุนทะเล อ.ลานสกา จ.นครศรีธรรมราช ได้มีการอพยพประชาชน ในบริเวณริมคลองชลประทานในพื้นที่หลังจากที่มีน้ำป่าทะลักลงมาท่วมบ้านเรือน ประชาชนเป็นวงกว้างและในช่วงเช้าได้ลดระดับลง
      
       ขณะเดียวกัน ในพื้นที่ อ.นบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช น้ำป่าได้ทะลักหลากลงมาในคลองกลายซึ่งเป็นลำคลองสายหลัก ในพื้นที่ระดับน้ำได้เพิ่มสูงขึ้นประชาชนได้เตรียมตัวรับสถานการณ์ทุกจุด โดยเฉพาะในพื้นที่ ที่เสี่ยงต่อเหตุการณ์ดินถล่ม ขณะเดียวกันต่างติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเนื่องจากเกรงว่าความรุนแรง ของกระแสน้ำป่าอาจทำให้สะพานแบริ่งที่เพิ่งสร้างเสร็จเปิดเส้นทางเข้าไปยัง ต.กรุงชิง ถูกน้ำกัดเซาะเสียหายอีกครั้ง เนื่องจากน้ำป่ายังคงไหลทะลักลงมาเป็นระลอกๆ ขณะที่ฝนยังคงตกอย่างต่อเนื่อง ท้องฟ้ามืดครึ้ม
      
       ส่วน อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น้ำป่ายังคงทะลักในเขตประสบพัยพิบัติเมื่อช่วงวันที่ 1-9 มกราคม ที่ผ่านมา นายทวีโชค สมเก่า นายก อบต.เทพราช เปิดเผยว่า ปริมาณน้ำป่าได้ทะลักลงมาอย่างต่อเนื่อง และไหลหลากอย่างรวดเร็ว เนื่องจากสิ่งกีดขวางทางน้ำไม่มีแล้วจากน้ำป่ารอบที่แล้ว ขณะเดียวกัน ชาวบ้านได้เตรียมตัวอย่างดีเนื่องจากเพิ่มพ้นจากภัยพิบัติรอบที่แล้วมาเพียง ไม่กี่วัน และยังมีดินโคลนถล่มอยู่ในหลายจุดซึ่งเป็นจุดที่มีปัญหาเมื่อคราวที่แล้ว โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเข้าไปตรวจสอบ
      
       และในช่วงเช้าของวันเดียวกันนี้น้ำป่า และน้ำฝนที่ตกลงมาท่วมขับได้ไหลทะลักข้ามถนนสายนครศรีธรรมราช-ร่อนพิบูลย์ โดยเฉพาะช่วงหน้ามหาวิทยาลัยรามคำแหง ต.นาพรุ อ.พระพรม น้ำได้ท่วมสูงกัดเซาะผิวแอสฟัลด์หลุดร่อน และกัดเซาะอย่างต่อเนื่องส่งผลให้ถนนสายหลักขาดไม่สามารถสัญจรได้ เจ้าหน้าที่ต้องปิดการจราจร และได้นำเอาเครื่องกลหนักมาเปิดเกาะกลางถนนที่ขวางทางน้ำเป็นทางระบายน้ำฉุก เฉินเนื่องจากน้ำเพิ่มระดับอย่างรวดเร็ว และแนะนำให้ผู้ใช้รถใช้ถนนใช้เส้นทางเลี่ยงผ่าน อ.ลานสกา และ อ.เชียรใหญ่
      
       ส่วนในเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราช ชุมชนที่อยู่ริมลำคลองสายหลักในพื้นที่ น้ำได้เพิ่มระดับเข้าท่วมเช่นชุมชนบ่อทรัพย์ ชุมชนประตูขาว ชุมชนมุมป้อม ชุมชนท่าโพธิ์ ซึ่งเทศบาลได้ปรับเปลี่ยนสัญญาณจากธงเขียวในช่วงเช้าเป็นธงแดงทันที เนื่องจากน้ำเพิ่มปริมาณอย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกันฝนยังคงตออย่างไม่ขาดสาย และในช่วงเที่ยงของวันนี้จะมีมวลน้ำก้อนใหญ่จาก อ.ลานสกา จ.นครสรีธรรมราช จะไหลเข้ามาสมทบอย่างต่อเนื่องอีก สถานการณ์จะขยายวงกว้างเพิ่มมากขึ้น
      
       ด้าน ผศ.เชาวนวัศน์ เสนพงศ์ นายกเทศมนตรีนครนครศรีธรรมราช ได้สั่งการให้แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ลุ่มใกล้เส้นทางผ่านและระบายน้ำที่ อยู่ในเขตเทศบาล เร่งอพยพสิ่งของขึ้นที่สูงผ่านวิทยุชุมชนในเครือข่ายของเทศบาลนครนครศรี ธรรมราช และส่งกำลังเจ้าหน้าที่ออกให้การช่วยเหลือประชาชนแล้ว
ข้อมูลจาก...ผู้จัดการออนไลน์

นร.เมืองคอนเยี่ยม "เจ้าดำ" รับวันเด็ก เอาใจช่วยหลังถูกทำร้ายปางตาย


วันเด็ก นร.เบญจมราชูทิศนครศรี ร่วมกันไปเยี่ยม เจ้าดำสุนัขถูกทำร้ายสาหัส
       หลังสร้างพลังโซเชียลมีเดียช่วยรอดชีวิตปาฏิหารณ์เย็บถึง 148 เข็มเตรียมขอพบผู้บริหารโรงเรียนพาเจ้าดำกลับมาอยู่ในโรงเรียนเช่นเดิม
      
       หลังจากที่เรื่องราวของ เจ้าดำสุนัขที่อาศัยอยู่ภายในโรงเรียนเบญจมราชูทิศ ต.โพธิ์เสด็จ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ถูกมือมืดทำร้ายด้วยการใช้ของมีคมฟันจนได้รับบาดเจ็บสาหัสเป็นแผลเหวอะหวะไป ทั้งตัว ซึ่งนักเรียนกลุ่มหนึ่งภายใต้ชื่อกลุ่ม [รัก]เบญจมราชูทิศ ได้ร่วมกันเผยแพร่ข้อมูลผ่านเฟชบุ๊ค จนสามารถระดมทุนได้นับหมื่นบาทช่วยเหลือ เจ้าดำจนสามารถมีชีวิตรอดต่อไปได้อย่างราวปาฏิหารณ์
วันนี้ (14 ม.ค.) นักเรียนสมาชิกกลุ่ม [รัก] เบญจมราชูทิศนำโดยนายวฬาพล รอดแสง นักเรียนชั้น ม.5 โรงเรียนเบญจมราชูทิศ พร้อมด้วยเพื่อนนักเรียนกลุ่มใหญ่ได้ใช้เวลาในวันเด็กแห่งชาติเดินทางฝ่าสาย ฝนมาเยี่ยม เจ้าดำที่อยู่ภายใต้การดูแลของนายพรฤทธิ์ เตียจันทร์พันธ์ เจ้าของบีพีฟาร์ม ซึ่งเป็นศิษย์เก่า ได้นำตัวเจ้าดำมาให้การดูแลรักษาพยาบาลจนมีอาการดีขึ้นตามลำดับ เริ่มสดใสร่าเริงคลายความหวาดระแรงคนไปมาก
      
       นายวฬาพล รอดแสง พร้อมด้วยเพื่อนนักเรียนได้ร่วมกันมอบเงินที่ได้มาจากการสมทบทุนเพื่อเป็น ค่ารักษาพยาบาลเจ้าดำซึ่งต้องเสียค่าใช้จ่ายในการรักษามากมอมอบให้กับนายพร ฤทธิ์ โดยนายวฬาพล ระบุว่า นักเรียนที่ร่วมกันหาทุนในการรักษาพยาบาลเจ้าดำได้หารือกันแล้วว่าจะนำเงินนี้มามอบให้กับนายพรฤทธิ์ เนื่องจากเป็นผู้ที่ดูแลรักษาเจ้าดำที่อยู่ในอาการสาหัสมาก จนมีชีวิตรอด
      
       “ส่วนหลังจากนี้ในวันอังคารได้ประสานขอพบกับผู้อำนวยการโรงเรียน เบญจมราชูทิศที่ทราบเรื่องนี้ทั้งหมดแล้วแต่อยู่ในระหว่างกลับมาจากการเดิน ทางไปราชการที่ต่างจังหวัด เพื่อปรึกษาท่านว่าจะเอาเจ้าดำกลับมาไว้ที่โรงเรียนเหมือนเดิมได้หรือไม่ ในส่วนของนักเรียนนั้นมีความต้องการเช่นนั้นคืออยากให้เจ้าดำกลับไป ส่วนคนที่ทำร้ายนั้นไม่อยากพุดถึงเพราะทุกคนรู้ดีว่าเป็นใคร สังคมกำลังลงโทษไปแล้วนายวฬาพลกล่าว
      
       นายพรฤทธิ์ เตียจันทร์พันธ์ ในฐานะศิษเก่าโรงเรียนเบญจมราชูทิศ ผู้ที่นำเจ้าดำมาดูแลพยาบาลบอกว่าวันแรกเจ้าดำมีอาการไม่ดีเสียเลือดมาก แผลลึกถึงกระดูก ต้องใช้เวลาในการเย็บหลายชั่วโมงติดต่อกัน จนเย็บเสร็จทุกแผลรวมฝีเข็มเย็บประมาณ 148-150 เข็ม ตอนนี้เจ้าดำมีอาการดีขึ้นมากลดความหวาดระแวงคนเพราะกลัวว่าจะถูกทำร้าย เป็นมิตรมาก กินอาหารได้ดี
      
       “หลังจากนี้ประมาณ 10 วันจะตัดไหมเย็บแผลแล้วและหากแผลไม่มีอาการแทรกซ้อนสามารถมารับเจ้าดำไปได้ แต่ถ้าไม่มีใครมารับ หรือไม่สามารถกลับไปที่โรงเรียนได้ผมพร้อมที่จะดูแล โดยปกติมีสุนัขกว่า 100 ตัวอยู่แล้ว มีเจ้าดำเพิ่มอีกตัวไม่เป็นไรแน่นอน อีกอย่างเกรงว่าหากเจ้าดำไปเจอกับคนที่ทำร้ายเขา คราวนี้เจ้าดำคงไม่มีโอกาสได้เย็บแผลซ้ำแน่นอน แต่อย่างไรก็ตามขอให้เป็นเรื่องของนักเรียน และโรงเรียนตัดสินใจผมพร้อมให้ความช่วยเหลือนายพรฤทธิ์กล่าว
ข้อมูลจาก...ผู้จัดการออนไลน์