วันศุกร์ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2554

โจ๋ซิ่งเก๋งชนวินาศสันตะโรดับ1 สาหัส 2 ที่เมืองคอน


เวลา 07.00 น.วันที่ 11 ม.ค.พ.ต.ท.อรุณ จันทร์พูล สารวัตรเวร สภ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งว่ามีเหตุรถยนต์เสียหลักพุ่งชนศาลาที่พักริมถนนสายนครศรีธรรมราช-สุราษฏร์ธานี เหตุเกิดในท้องที่ที่หมู่ 3 ต.สระแก้ว อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายคน จึงพร้อมด้วยเจ้าหนาที่หน่วยกู้ภัยท่าศาลา แพทย์เวร รพ.ท่าศาลา รีบรุดไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ พบรถยนต์เก๋งยี่ห้อฮอนด้า ซีวิค สีบรอนซ์ทอง หมายเลขทะเบียน กข-3832ยะลา เสียหลักพุ่งชนศาลาริมทางจนพังครืนลงมาทั้งหลัง รถยนต์เก๋งฟาดกับเสาไฟฟ้าจนหักโค่นก่อนจะกระโจนขึ้นไปสิ้นฤทธิ์ทับอยู่บนหลังคา ในสภาพเก๋งพังเสียหายยับเยินกระจกหลังแตกกระจาย

จากการตรวจสอบภายพบผู้เสียชีวิตอยู่บนพื้นดินข้างศาลา 1 ศพ ทราบชื่อนายแวสุไลมีน แวอีซอ อายุ23 ปี 100 หมู่ 2ต.ตันหยงลุโละ อ.เมือง จ.ปัตตานี สภาพศพศีรษะแตกยับเลือดสด ๆ ไหลนองพื้นที่ แขนขาหัก โดยเสียชีวิตในชุดไม่สวมเสื้อ นุ่งกางเกงขาสั้นสีน้ำตาล สวมรองเท้าหุ้มส้น ส่วนภายในรถมีผู้ได้รับบาดเจ็บอาการสาหัส 2 คน เป็นผู้ชาย 1 คนอายุประมาณ 25 ปี เป็นคนขับและอีกคนเป็นผู้หญิงอายุประมาณ 22 ปี นั่งคู่กันมาด้านหน้ายังไม่ทราบชื่อ จึงนำส่ง รพ.ท่าศาลา เพื่อให้แพทย์เยียวยาช่วยชีวิตต่อไป

จากการสอบสวนสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบว่ารถคันดังกล่าววิ่งมาด้วยความเร็วสูง เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุเกิดเสียหลักพุ่งเข้าชนศาลาริมทางจนพังครืนทั้งหลัง ความเร็วและแรงของรถทำให้เสียหลักไปฟาดซ้ำกับเสาไฟฟ้าข้างศาลาจนเสาไฟฟ้าหัก กระจกหลังรถยนต์เก๋งแตกกระจาย เป็นเหตุให้นายแวสุไลมีน ที่นั่งเบาะหลังกระเด็นหลุดออกมาจากตัวรถเสียชีวิตสยองคาที่ดังกล่าว

ส่วนคนขับและหญิงสาวที่นั่งคู่กันมาด้านหน้าได้รับบาดเจ็บสาหัสดังกล่าว ในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่าคนขับเกิดหลับในอย่างกะทันหันทำให้รถเสียหลักจนเกิดเหตุสยองขึ้นมาดังกล่าว อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจสงสัยในกรณีที่นายแวสุไลมีน ผู้ตาย กระเด็นตกมาตายนอกรถไม่สวมเสื้อทั้ง ๆ ที่ในช่วงเช้าอากาศหนาวเย็นมาก ๆ ซึ่งจะได้สอบสวนปากคำคนเจ็บถึงสาเหตุที่แท้จริงอีกครั้ง

ข้อมูลจาก...เสียงใต้ ออนไลน์

อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฎนครศรีธรรมราช สั่งทีมวิจัยยกเลิกการวิจัยการก่อสร้างโรงไฟฟ้าที่ อ.หัวไทร

อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฎนครศรีธรรมราช สั่งทีมวิจัยยกเลิกการวิจัยการก่อสร้างโรงไฟฟ้าที่ อ.หัวไทร เนื่องจากหวั่นสร้างความขัดแย้งและแตกแยกในสังคม

จากกรณีที่ ชาวบ้าน อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช ได้นำเครือข่ายคัดค้าน การก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน อ.หัวไทร ประมาณ 250 คน นำโดย นายครองศักดิ์ แก้วสกุล ชาวบ้านหมู่ 8 ต.หัวไทร ได้มาชุมนุมประท้วงคัดค้านการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน ในพื้นที่ อ.หัวไทร ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ต่อ ผศ.ฉัตรชัย ศุภระกาญจน์ อธิการบดี ม.ราชภัฎนครศรีธรรมราช ขอให้ยกเลิกการดำเนินการสำรวจวิจัยในเรื่องดังกล่าวเมื่อวันที่ 12 มค.54

ผศ.ฉัตรชัย ศุกระกาญจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฎนครศรีธรรมราช ได้กล่าวชี้แจงในวันนี้ (13 มค) ว่า จากบทบาทภารกิจของมหาวิทยาลัย ในการพัฒนาคน บริการวิชาการแก่สังคม ทำนุบำรุงศิลปะวัฒน ประเพณีวัฒนธรรม และ การวิจัยหาองค์ความรู้ที่ถูกต้องชัดเจน โดยในปี 2553-2555 ได้กำหนดการวิจัย ในพื้นที่อ่าวนครศรีธรรมราช เป็นลำดับแรก รองลงมาเป็นการวิจัยในพื้นที่เทือกเขาหลวง และหนึ่งในนั้นคือ การศึกษาวิจัยเรื่องการสร้างโรงไฟฟ้าพลังถ่านหินในพื้นที่ 5 ตำบล ของอำเภอหัวไทร นั้น มหาวิทยาลัยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย จำนวน 440,000 บาท กำหนดดำเนินการแล้วเสร็จใน 60 วัน แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ลงไปในพื้นที่ได้มีการแสดงท่าทีไม่เห็นด้วยกับการลงทำงานของทีมงานวิจัยในพื้นที่และได้นำเสนอเรื่องนี้มายังมหาวิทยาลัยเมื่อวันที่ 4 มกราคม 2554 ซึ่งได้มีการพิจารณาเห็นว่าหากดำเนินการต่อไปอาจสร้างความขัดแย้ง ความแตกแยกในพื้นที่ จึงได้ประสานกับทีมวิจัยและทำหนังสือชี้แจงขอยกเลิกการทำวิจัยโครงการดังกล่าวไปยังผู้สนับสนุนงบประมาณแล้ว และมีการตั้งคณะทำงานเพื่อร่วมกันพิจารณาโครงการวิจัยที่จะทำต่อไปด้วยว่าจะต้องวิเคราะห์ถึง กระบวนการ วิธีการวิจัย วัตถุประสงค์และเป้าหมายให้ชัดเจนและพิจารณาอย่างรอบคอบ สำหรับในการวิจัยและพัฒนาอื่น ๆ ในพื้นที่ยังคงดำเนินการต่อเนื่องต่อไป

ข้อมูลจาก :: จิรา วงศ์สวัสดิ์ สวท. นครศรีธรรมราช

เจ้าหน้าที่ป่าไม้ อาสาสมัคร ตำรวจ ทหาร จะบุกเข้าไป รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างในพรุควนเคร็ง อ.ชะอวด

14 ม.ค.นี้ เจ้าหน้าที่ป่าไม้ อาสาสมัคร ตำรวจ ทหาร จะบุกเข้าไป รื้อถอน ทำลายสิ่งปลูกสร้าง หรือพืชผลอาสิน ที่ประชาชนเข้าไปบุกรุกพื้นที่ป่าเพื่อทำการเกษตร ในพรุควนเคร็ง อ.ชะอวด

นายยรรยง เลขาวิจิตร ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 12 นครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า กรมป่าไม้ได้วางแผนงานโดยมุ่งเน้นการป้องกันรักษาป่าและเพิ่มพื้นที่ป่าไม้ให้เกิดเป็นรูปธรรม โดยการบังคับคดีในกรณีที่จำเลยและบริวารไม่ยอมออกจากป่าตามคำพิพากษา และการใช้มาตรการปกครองออกคำสั่งให้ผู้กระทำผิดรื้อถอน ทำลายสิ่งปลูกสร้างหรือพืชผลอาสินออกไปให้พ้นเขตป่าสงวนแห่งชาติ ตามมาตรา 25 แห่งพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ 2507 อย่างเข้มงวด โดยดำเนินการนำร่องใน 3 จังหวัด คือ เชียงใหม่ พิษณุโลก และนครศรีธรรมราช

ทั้งนื้เนื่องจากจังหวัดนครสรีธรรมราช มีพื้นที่พรุควนเคร็งที่เป็นพรุขนาดใหญ่ ปีที่ผ่านมาได้เกิดปัญหาไฟไหม้ป่าพรุ ส่วนหนึ่งเกิดจากธรรมชาติ แต่อีกส่วนเกิดจากการกระทำของมนุษย์ ในการรุกพื้นที่ป่าเพื่อเข้าถือครองทำการเกษตร ซึ่งในเดือนเมษายน 2553 ที่ผ่านมาได้มีการแจ้งความ จับกุมดำเนินคดีกับผู้บุกรุกแล้ว และนายอำเภอชะอวด ผู้รับผิดชอบในระดับพื้นที่ได้ออกประกาศแจ้งเตือนไปยัง อบต. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้นำชุมชน ได้ติดประกาศ แจ้งให้ผู้บุกรุกได้รื้อถอนออก ภายใน 45 วัน และหากไม่เป็นที่พอใจสามารถอุทธรณ์ได้ภายใน 15 วัน ดังนั้นเพื่อให้เป็นไปตามคำสั่งของอธิบดีกรมป่าไม้ ในวันที่ 14 มกราคมนี้ ตั้งแต่เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป จะมีการรวมตัวของเจ้าหน้าที่ป่าไม้ อาสาสมัครของอำเภอชะอวด ทหาร ตำรวจ จำนวน 200 นาย ที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าบ่อล้อ เพื่อเข้าไปดำเนินการรื้อถอน ทำลายสิ่งปลูกสร้าง หรือพืชผลอาสิน ในพื้นที่ เป้าหมาย ของอำเภอชะอวดจำนวน 148 ไร่ และทำการปลูกฟื้นฟูจำนวน 500 ต้น ซึ่งการดำเนินงานอาจไม่เสร็จสิ้นในครั้งเดียวเนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวบางจุดยังมีน้ำท่วมขัง แต่จะมีการระดมกำลังในครั้งต่อไปอีก

ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 12 นครศรีธรรมราช ยังได้กล่าวเพิ่มเติมว่า แผนการปฏิบัติงานตามมาตรา 25 แห่งพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ 2507 ได้กำหนดให้ พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจ .สั่งให้ผู้หนึ่งผู้ใดออกจากป่าสงวนแห่งชาติ หรือให้งดเว้นการกระทำใดๆในเขตป่าสงวนแห่งชาติ สั่งเป็นหนังสือให้รื้อถอน แก้ไข หรือทำประการอื่นใดแก่สิ่งที่เป็นอันตรายหรือสิ่งที่ทำให้เสื่อมสภาพในเขตป่าสงวนแห่งชาติภายในเวลาที่กำหนด และ ยึด ทำลาย รื้อถอน แก้ไข หรือทำประการอื่น เมื่อผู้กระทำผิดไม่ปฏิบัติตาม ไม่ปรากฏตัวผู้กระทำผิด หรือรู้ตัวผู้กระทำผิดแต่หาตัวไม่พบ ทั้งนี้เพื่อป้องกันหรือบรรเทาความเสียหายแก่ป่าสงวน โดยกรมป่าไม้จะดำเนินการต่อเนื่องตลอดไป ซึ่งผมเชื่อว่า การดำเนินการดังกล่าวข้างต้นนี้จะช่วยป้องกันรักษาป่า และเพิ่มพื้นที่ป่าไม้ให้กับประเทศไทยได้อย่างดีมีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผลและเป็นรูปธรรม

ข้อมูลจาก :: จิรา วงศ์สวัสดิ์ สวท. นครศรีธรรมราช